แบ่งปัน

ทีวีชุมชน : ทำไมต้องมาคุยกัน
ย้อนไป 50 กว่าปี การที่คนธรรมดา หรือคนในชนบทจะปรากฏตัวผ่านหน้าจอทีวี เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก หากไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง หรือแปลกประหลาดที่ต้องกลายเป็นข่าวใหญ่โต เพราะคำว่า“ทีวี” เป็นเรื่องที่ไกลตัว ทำได้แค่เป็นเพียงผู้ดู ผู้ชม ครั้นจะให้คิดไปไกลเป็น “ผู้ผลิต” ยิ่งเป็นเรื่องแทบจะไม่เกิดขึ้น
ดังนั้นการใช้สื่อทีวีของคนท้องถิ่นบ้านเราในช่วงแรก ๆ ของการมีทีวี จึงมีลักษณะแยกส่วนอย่างชัดเจนระหว่างคนดู กับคนทำ หรือระหว่างคนดูกับตัวสื่อโทรทัศน์ แต่ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข กติกาของการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้กับทีวีและวิทยุ เกิดกระแสการพัฒนาที่เน้นพลังของชุมชนให้มีสิทธิ์มีเสียงในสังคม รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสื่อดังกล่าวมีราคาที่ถูกลงและใช้งานง่ายมากขึ้น จึงทำให้เส้นแบ่งระหว่างผู้ชมและผู้ทำค่อย ๆ หายไป คนกลุ่มต่างๆ ในท้องถิ่น เริ่มตระหนักถึงความจำเป็นของการสื่อสารในระดับต่างๆ รวมทั้งการเกิดขึ้นของวิทยุชุมชนที่ถือเป็นสื่อกระจายเสียงใหม่สำหรับชุมชม ที่มีศักยภาพในการสื่อสารที่กว้างขวางขึ้น แต่ก็ต้องการต้นทุนและศักยภาพของชุมชนในการจัดการมากกว่าหอกระจายเสียง และการเข้าไปมีส่วนร่วมกับสื่อมวลชนขนาดใหญ่ระดับประเทศอย่างทีวีมากขึ้น แต่การเข้าไปมีส่วนร่วมกับสื่อทีวีนั้นยิ่งเข้ามีส่วนร่วมในระดับสูงเท่าไหร่ ก็ต้องการทักษะ ศักยภาพ และต้นทุนของท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าชุมชนสามารถทำได้พลังในการสื่อสารจะมีพลังมากกว่าวิทยุชุมชน เพราะวิทยุชุมชนมีข้อจำกัดเป็นสื่อที่อาศัยจำนวนคนและทักษะความสามารถที่เข้ามาเกี่ยวข้องที่มากขึ้นทั้งภายในและภายนอกชุมชน และขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเศรษฐกิจ การเมืองสังคมและวัฒนธรรมและข้อกฎหมายการใช้คลื่นความถี่มากมาย
อย่างไรก็ตามหากเทียบวิทยุชุมชนกับทีวีชุมชน จะพบว่าวิทยุชุมชนมีข้อได้เปรียบ คือเป็นสื่อที่มีเทคนิคการผลิตรายการที่ยุ่งยากน้อยกว่า คนในท้องถิ่นสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ดีกว่า และบางสถานีฯ สามารถกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการ การผลิตรายการ การกำหนดเนื้อหาให้เป็นไปตามศักยภาพและความต้องการของท้องถิ่น และสามารถสร้างความใกล้ชิด ผูกผันและความรู้สึกเป็นเจ้าของได้ง่ายกว่าทีวี แต่ข้อจำกัดก็คือการเป็นสื่อที่มีเฉพาะเสียงของวิทยุชุมชน ทำให้การสร้างความสนใจ ความเข้าใจในข่าวสารมีความชัดเจนน้อยกว่า และวิทยุชุมชนมีพื้นที่ในการกระจายเสียงแคบกว่า อาจไม่เหมาะกับการสื่อสารในประเด็นของท้องถิ่นที่ต้องอาศัยการรับรู้ และความเข้าใจกับคนภายนอกชุมชนมากนัก
สำหรับทีวีชุมชน ซึ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารหน้าใหม่ที่กำลังอยู่ในกระบวนการเรียนรู้และทดลอง ที่แม้คนท้องถิ่นจะคุ้นชินกับทีวีที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นมานานแล้ว แต่แนวคิดและรูปแบบวิธีการทำงานที่คนท้องถิ่นสามารถแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ ให้ข้อมูล เป็นนักแสดง ออกรายการหรือกระทั่งการไปเป็นผู้ผลิตทำงานร่วมกับคนโทรทัศน์มืออาชีพ ยังเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่แพร่หลายหรือเป็นที่รับรู้และนำไปสู่ปฏิบัติอย่างกว้างขวางเท่าวิทยุชุมชน อีกทั้งในด้านการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วมกับสื่อทีวี ที่มีความใหญ่โตและซับซ้อนกว่าวิทยุชุมชนหลายเท่า ทั้งในแง่ของทักษะการผลิตรายการ การบริหารจัดการ จำนวนคนที่เกี่ยวข้องที่เรียกร้องเวลาและต้นทุนจากท้องถิ่นสูง และยังเกี่ยวพันกับมิติทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและวัฒนธรรมไม่ต่างจากวิทยุชุมชนแล้ว และที่ยังสำคัญก็คือการทำทีวีชุมชนเป็นกระบวนการทำงานที่ยังต้องร่วมกับคนภายนอกท้องถิ่นที่เป็นสื่อมืออาชีพ ที่มีวิธีคิด การรับรู้และวัฒนธรรมต่อเรื่องทีวีแตกต่างกัน ทำให้เมื่อมาทำงานร่วมกันต้องใช้เวลาในการการเรียนรู้ การสร้างความเข้าใจถึงแนวคิด “ทีวีชุมชน”
แต่ไม่ว่าจะมีความข้อจำกัด ความยุ่งยากและซับซ้อนมากแค่ไหนก็ตาม ความพยายามของกลุ่ม เครือข่ายในชุมชนหรือท้องถิ่นที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมและใช้สื่อทีวี และความพยายามที่จะทำให้ทีวี สามารถแสดงคุณลักษณะของการเป็น “ทีวีชุมชน” ในปัจจุบัน(2557) ก็ยังคงเกิดขึ้นและจำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อค้นหารูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมสำหรับกับสังคมไทยให้มากที่สุด

ทำไมชุมชนต้องมี “ทีวีชุมชน”
แม้ว่าการดำเนินการของทีวีชุมชนจะมีกระบวนการ การดำเนินงาน และเรียกร้องต้นทุนจากคนท้องถิ่นในการเข้าร่วมสูงกว่าสื่อกระจายเสียงระดับอื่น แต่คนในท้องถิ่นเอง หรือองค์กร หน่วยงานต่างๆ พยายามที่จะต่อสู้เพื่อให้เกิดขึ้นและอยู่รอด

เหตุผลที่สามารถอธิบายว่าทำไมชุมชน หรือองค์กร ในหลายๆ ประเทศมีการต่อสู้เพื่อให้ได้มาและอยู่รอดของทีวีชุมชน สามารถอธิบายใน 2 มิติ คือ
1. เหตุผลด้านธรรมชาติหรือคุณลักษณะของตัวสื่อทีวี ที่เป็นสื่อที่ให้การรับรู้ที่สมจริงด้วยภาพ ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ที่มีพลังในการอธิบายและสร้างความเข้าใจได้อย่างชัดเจนที่หอกระจายเสียงหรือวิทยุชุมชนทำไม่ได้ ประกอบกับหากต้องการสื่อสารในเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายอื่นๆ นอกชุมชนแล้ว สื่อวิทยุชุมชนหรือหอกระจายข่าวจะไม่สามารถตอบสนองได้ดีเท่า อีกทั้งการบันทึกหรือเผยแพร่ผ่านโทรทัศน์แล้ว สามารถนำชิ้นงานนั้นไปฉายซ้ำหรือเผยแพร่ในสถานการณ์อื่นๆ ได้อีกอย่างน่าสนใจกว่าสื่อเสียงหรือสื่อวิทยุชุมชน

2. เหตุผลด้านการเป็นเครื่องมือหรือกลไกในการพัฒนาของท้องถิ่น ทีวีชุมชนสำหรับคนท้องถิ่น ไม่เพียงแต่เป็นสถานีฯโทรทัศน์หรือรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอประเด็นของของถิ่นและตั้งในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังถือเป็นเครื่องมือการสื่อสารหรือกลไกการสื่อสารที่สำคัญสำหรับการพัฒนาที่สะท้อนให้คนท้องถิ่นได้เห็นตัวเองและท้องถิ่นของตนที่สามารถสร้างความรักและความผูกพันกับท้องถิ่น นอกจากนั้นยังเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนท้องถิ่นได้แสดงฐานะการเป็นพลเมืองที่มีสิทธิ์มีเสียงต่อความเป็นไปของท้องถิ่นอย่างที่โทรทัศน์ระดับชาติทำไม่ได้ หรือการเป็นเครื่องมือในการเพิ่มพลังให้เสียงหรือเรื่องราวของพวกเขาไม่ว่าจะเป็นประเด็นปัญหา หรือประเด็นคุณค่า ความงามของวิถีชีวิต วัฒนธรรมและภาษาของพวกเขาให้สื่อสารออกไปทั้งในระดับชุมชนและนอกชุมชนได้

คุณลักษณะทีวีชุมชนของเพื่อนบ้าน : แบบใด อย่างไร
แม้ว่าคุณลักษณะของสื่อ ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคมนั้นๆ ดังนั้นเมื่อศึกษาคุณลักษณะทีวีชุมชนจากในและต่างประเทศจำนวน 13 สถานีฯ ที่มีบริบททางสังคมแตกต่างกัน จึงทำให้คุณลักษณะของทีวีชุมชนจึงมีทั้งความต่างและคล้ายกัน เช่น คุณลักษณะด้านหลักการความเป็นเจ้าของ บางประเทศไม่เคร่งครัดที่จะต้องให้ประชาชนหรือกลุ่มเครือข่าย องค์กรในท้องถิ่นเป็นเจ้าของ ขณะที่บางแห่งระบุชัดเจนว่าทีวีชุมชนควรให้ประชาชน หรือท้องถิ่นเป็นเจ้าของ หรือคุณลักษณะการเป็นสื่อที่ไม่แสวงหากำไร ที่พบว่าทีวีชุมชนส่วนใหญ่ตระหนักว่าเป็นคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับการแสดงการเป็นโทรทัศน์ท้องถิ่นเป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาคุณลักษณะร่วมของทีวีชุมชน 13 สถานีฯ สามารถสรุปคุณลักษณะสำคัญ ๆ ได้ 8 คุณลักษณะ ได้ดังนี้

1.คุณลักษณะด้านการบริหารจัดการ
2.คุณลักษณะด้านเป้าหมายในการดำเนินงาน
3.คุณลักษณะด้านที่ตั้งสถานีฯ
4.คุณลักษณะด้านรัศมีการแพร่ภาพกระจายเสียง
5.คุณลักษณะด้านความเป็นเจ้าของ
6.คุณลักษณะด้านกระบวนการดำเนินการ
7.คุณลักษณะด้านเนื้อหารายการ
8.คุณลักษณะด้านภาษาที่ใช้ในการนำเสนอรายการ

ตาราง : แสดงคุณลักษณะของทีวีชุมชน/ทีวีท้องถิ่น

Screenshot_

จากข้อมูลในตารางข้างต้น แสดงให้เห็นว่าคุณลักษณะความเป็นสื่อชุมชนของทีวีชุมชน ไม่จำเป็นต้องแสดงทุกคุณลักษณะครบถ้วน ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคม การเมืองของแต่ละพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตามหากศึกษาถึงน้ำหนักการให้ความสำคัญ โดยพิจารณาจากความถี่ที่ปรากฏในตารางดังกล่าว(มีความถี่มาก หมายถึงให้น้ำหนักหรือความสำคัญว่าเป็นคุณลักษณะของทีวีชุมชนมากตามลำดับ) สามารถจัดกลุ่มการให้น้ำหนักหรือความสำคัญของคุณลักษณะความเป็นทีวีชุมชนได้ 3 กลุ่ม คือ

1. คุณลักษณะร่วมของทีวีชุมชนในระดับมากที่สุด
ประกอบด้วย 4 คุณลักษณะดังนี้

1.1.คุณลักษณะด้านพื้นที่ตั้งสถานี ตั้งอยู่ในชุมชน ถึงแม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีการแพร่ภาพกระจายเสียงจะสามารถแพร่ภาพได้ไปถึงทุกทีในเวลาเดียวกัน แต่สำหรับทีวีชุมชนการตั้งอยู่ในท้องถิ่นยังมีความสำคัญเพราะ ความเป็นโทรทัศน์ท้องถิ่นที่แท้จริงนอกจากไปตั้งในชุมชนแล้ว ยังต้องแสดงบทบาทหน้าที่มีความหมายโดยเฉพาะการเป็นพื้นที่ทางจิตใจและพื้นที่ทางสังคมให้กับคนในพื้นที่ เช่นการเป็นที่พึ่งในยามเกิดวิกฤติ การเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญของท้องถิ่นเป็นต้น ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวล้วนแต่เป็นสร้างความใกล้ชิดและผูกพันที่ส่งผลต่อความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของ ซึ่งถือเป็นปัจจัยของการเป็นโทรทัศน์ท้องถิ่น

1.2.คุณลักษณะด้านกระบวนการดำเนินงาน ที่ใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
ทีวีชุมชนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะมีสถานะความเป็นเจ้าของจะแตกต่างกันอย่างไร มักใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมของคนท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานเช่นสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยภาคเหนือ(ช่อง11 เชียงใหม่) แม้เป็นสื่อของรัฐและมีเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อรัฐเป็นหลัก แต่บางส่วนของการผลิตรายการยังเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งระดับการมีส่วนร่วมที่ทำได้คือการเป็นผู้ร่วมรายการที่สถานีฯ ผลิตขึ้นหลายลักษณะทั้งการเป็นแขกรับเชิญในรายการ การเป็นเจ้าของสถานที่ในการถ่ายทำ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะติชมรายการ เป็นต้น
ส่วนการมีส่วนร่วมในสถานีฯ ที่มีกลุ่ม หน่วยงาน และคนท้องถิ่นเป็นเจ้าของ และมีเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อท้องถิ่นเป็นหลัก เช่นสถานีโทรทัศน์ Salto ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของคนท้องถิ่น ในการร่วมกำหนดและผลิตรายการแบบอาสาสมัคร มากกว่าให้มืออาชีพหรือเจ้าหน้าที่สถานีฯ เป็นผู้ผลิตรายการ (Jankowski,1998:150-151) หรือกรณีเคเบิลทีวีท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา ที่กฎหมาย(พระราชบัญญัติ Federal Telecommunication Act of 1997) ระบุให้ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีจัดสรรเวลาให้กับท้องถิ่น และให้แต่ละท้องถิ่นจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการเข้าถึงทีวีชุมชน ที่ให้บริการกับคนท้องถิ่นในด้านการฝึกอบรม การใช้อุปกรณ์และห้องสตูดิโอสำหรับคนท้องถิ่นที่ต้องการผลิตรายการผ่านสถานีเคเบิลทีวี (www.ctamaine.org) ซึ่งถือเป็นความพยายามที่จะสร้างระบบทีวีในนิยามของการเป็นพื้นที่การสื่อสารให้กับคนท้องถิ่น

1.3.คุณลักษณะด้านพื้นที่กระจายเสียง รัศมีครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ คุณลักษณะด้านนี้สัมพันธ์กับการที่ตั้งของสถานีฯ จากข้อมูลพบว่าทีวีชุมชนเกือบทุกแห่งแพร่ภาพกระจายเสียงครอบคลุมในพื้นที่เฉพาะเขตให้บริการเท่านั้น โดยการแบ่งเขตพื้นที่อาจแบ่งตามการแบ่งตามเขตการปกครองของรัฐ หรือแบ่งตามความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น หรือ ผสมผสานทั้งแบ่งตามเขตการปกครองและทางวัฒนธรรม
ข้อเด่นของการแพร่ภาพจำกัดเฉพาะพื้นที่ก็คือสถานีฯ สามารถนำเสนอเนื้อหาที่มุ่งตอบสนองคนในท้องถิ่นตามคุณค่า ความสนใจและวิถีชีวิตรวมถึงภาษาถิ่นได้ดีกว่าการแพร่ภาพกระจายเสียงครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งเนื้อหาที่ตอบสนองท้องถิ่นได้ใกล้ชิด และสะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้ดี จะเป็นปัจจัยให้คนท้องถิ่นให้ความสำคัญและสนใจเข้ามีส่วนร่วม

1.4.คุณลักษณะการเป้าหมายในการดำเนินการ ที่มุ่งเน้นการทำงานเพื่อคนในชุมชน แนวคิดทีวีชุมชนส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความคาดหวังและความต้องการของคนในสังคมที่ต้องการสื่อที่สร้างจิตสำนึกสาธารณะให้กับพลเมือง และเป็นสื่อในการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาและยึดท้องถิ่นเป็นเป้าหมายในการดำเนินการ (Berrigan F. 1977:213-224) ซึ่งการดำเนินการโดยมีท้องถิ่นเป็นเป้าหมายจะส่งผลต่อความสามารถในการแสดงคุณลักษณะการเป็นทีวีชุมชน เช่นด้านรายการ เนื้อหา การกำหนดรูปแบบและการสร้างโอกาสให้คนท้องถิ่นมีส่วนร่วม มักทำได้มากกว่าทีวีที่มีเป้าหมายเพื่อการแสวงหากำไร

2.คุณลักษณะร่วมของทีวีชุมชนในระดับปานกลาง
ประกอบด้วย 3 คุณลักษณะดังนี้

2.1. คุณลักษณะการบริหารจัดการสถานีเป็นสถานีโทรทัศน์ที่เป็นอิสระ
รูปแบบของการบริหารจัดการสถานีฯ ท้องถิ่นที่เป็นอิสระ คือการจัดตั้งสถานีฯ ขึ้นตามกฎหมายของแต่ละประเทศ มีอำนาจและการบริหารจัดการทั้งด้านนโยบาย การเงิน การดำเนินการและการคัดเลือกเนื้อหา รวมถึงความเป็นอิสระในการจัดสรรเวลาและรายการของท้องถิ่น โดยไม่ขึ้นกับสถานี โทรทัศน์ แม่ข่าย เช่นประเทศยูโกสลาเวีย ออกกฎหมายกำหนดให้โทรทัศน์ท้องถิ่นเป็นโทรทัศน์ที่ให้บริการสาธารณะระดับท้องถิ่น ที่สามารถจัดตั้งสถานีอิสระในแต่ละท้องถิ่นได้ ซึ่งสถานีฯ แต่ละแห่งมีอำนาจในการบริหารจัดการในการตอบสนองท้องถิ่นได้เต็มศักยภาพ จนได้รับการยอมรับจากคนในสังคมว่าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ (Berrigan F. 1977: 213-224) อย่างไรก็ตามแม้ว่าคุณลักษณะการเป็นสถานีโทรทัศน์ที่เป็นอิสระ จะเป็นคุณลักษณะที่ยอมรับร่วมกัน แต่ก็ยังมีรูปแบบอื่นๆ เช่น ลักษณะการเป็นสถานีฯ ลูกข่าย ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสถานีแม่ข่ายที่เป็นสถานีโทรทัศน์ระดับชาติ เช่น สถานีโทรทัศน์ BBC ของประเทศอังกฤษ และโทรทัศน์ท้องถิ่นของไทย ทั้งสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เชียงใหม่ และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

2.2. คุณลักษณะด้านภาษาท้องถิ่นเป็นหลักในการนำเสนอ
การใช้ภาษาในการนำเสนอรายการของทีวีเป็นสิ่งที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นที่แตกต่างจากโทรทัศน์ระดับชาติ และยังสะท้อนถึงการตอบสนองท้องถิ่นเพราะภาษาคือศูนย์กลางในการประกอบสร้างตัวตนและอัตลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์สามารถอธิบายหรือสามารถพูดถึงตัวเองได้ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป (Barker,Galasinski,2001:28) ภาษาถิ่นจึงเป็นสัญลักษณ์และเครื่องมือที่ใช้อธิบายหรือแสดงความเป็นคนท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ดีกว่าการใช้ภาษาราชการ และการที่สื่อมวลชนในท้องถิ่นใช้ภาษาถิ่นนำเสนอเนื้อหาหรือรายการ นอกจากจะสร้างความรู้สึกถึงความเป็นท้องถิ่นนั้นแล้วยังสร้างความใกล้ชิดและความเป็นเจ้าของให้เกิดขึ้นในใจของคนท้องถิ่นได้อีกด้วย จากตัวอย่างของสถานีฯหลายแห่งมีการใช้ภาษาถิ่นของผู้รับเป้าหมายในการนำเสนอรายการ ที่นอกจากจะสามารถนำเสนออัตลักษณ์และวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ยังสร้างความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของ เช่นโทรทัศน์ภูมิภาค Wales สถานีฯลูกข่ายของ BBC ที่มีภาษาถิ่นของตนเองได้เรียกร้องให้โทรทัศน์ภูมิภาคให้ความสำคัญกับภาษาถิ่นในรายการมากขึ้น เพราะเห็นว่าการนำเสนอรายการด้วยภาษาถิ่นเข้าถึงและสะท้อนถึงความเป็นท้องถิ่นของพวกเขาได้มากกว่าภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาราชการ (Briggs,1995:89)
อย่างไรก็ตามยังมีสถานีฯอีก 4 แห่งที่เห็นว่าสามารถผสมผสานทั้งภาษาถิ่นและภาษาราชการในการนำเสนอรายการแล้วแต่ว่าจะให้น้ำหนักของภาษาใดมากกว่า เช่นสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เชียงใหม่และในท้องถิ่นอื่น สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (ทีวีจอเหนือ) และสถานีโทรทัศน์ภูมิภาคที่เป็นลูกข่ายของ BBC

ประเด็นน่าที่สนใจในการศึกษาก็คือไม่พบว่ามีทีวีชุมชนใดที่นำเสนอเฉพาะภาษาราชการเพียงภาษาเดียว แสดงให้เห็นว่าคุณลักษณะการเป็นทีวีชุมชนนั้นต้องปรากฏภาษาถิ่นด้วย ไม่ว่าจะมีสัดส่วนการนำเสนอมากหรือน้อยก็ตาม

2.3 คุณลักษณะด้านเนื้อหารายการมีความต่างและสะท้อนความเป็นท้องถิ่น
เนื้อหารายการของโทรทัศน์ท้องถิ่น สามารถบอกถึงคุณลักษณะของการเป็นโทรทัศน์ท้องถิ่นได้ จากนิยามความหมายของทีวีชุมชน จะเห็นว่า มีการคาดหวังให้เนื้อหารายการควรแตกต่างจากโทรทัศน์ระดับชาติ หรือโทรทัศน์ของรัฐและเอกชน โดยควรสะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เจาะลึกท้องถิ่น จนถือเป็นจุดแข็งของการเป็นทีวีชุมชนอย่างที่สถานีอื่นๆ ก็ไม่สามารถทำได้ดีเท่า(Moragas Spä and Carmelo Garitaonandia,1998:150) โดยเนื้อหาท้องถิ่นที่ทีวีชุมชนส่วนใหญ่นำเสนอได้ต่อเนื่องก็คือ “ข่าว” เพราะลักษณะของรูปแบบรายการข่าวสามารถสร้างความใกล้ชิด และนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นได้ดีกว่ารูปแบบรายการประเภทอื่นๆ(หฤทัย ขัดนาค, 2547 และ Moragas Spa and Carmelo Garitaonandia,1998)
นอกจากนี้ การนำเสนอเนื้อหาของทีวีชุมชนยังมีความสัมพันธ์กับความเป็นเจ้าของ และแนวคิดในการการดำเนินงานของสถานีฯ นั้น ๆ เช่นสถานีโทรทัศน์ที่เป็นของเอกชนมักนำเสนอเนื้อหาที่ตอบสนองนโยบายการแสวงหากำไรมากกว่า เช่นเคเบิลทีวีท้องถิ่นในประเทศไทย และสถานี Professional Television ประเทศอิตาลี เน้นการแสวงหากำไร ทำให้รายการส่วนใหญ่เป็นรายการบันเทิง ภาพยนตร์หรือรายการจากสถานีฯแม่ข่ายมากกว่าที่จะเป็นเรื่องราวของท้องถิ่นอย่างที่ควรจะเป็น

ขณะที่สถานีฯที่รัฐเป็นเจ้าของ การนำเสนอเนื้อหามุ่งเน้นการตอบสนองนโยบายของรัฐโดยใช้ข้อมูลหรือแหล่งข้อมูลจากท้องถิ่นที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐ เช่นเนื้อหาสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เชียงใหม่ ในช่วง พ.ศ. 2535-2550 (ภัทรา บุรารักษ์, 2551:246)

3. คุณลักษณะร่วมของทีวีชุมชนในระดับน้อยที่สุด คือ ความเป็นเจ้าของ
คุณลักษณะด้านความเป็นเจ้าของ แบ่งความเป็นเจ้าของตามความถี่ที่พบตามลำดับมากไปถึงน้อยได้ดังนี้

3.1 องค์กรสาธารณะเป็นเจ้าของ เช่นสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติองค์กรแพร่ภาพและกระจายเสียงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 และ สถานีโทรทัศน์ BBC ประเทศอังกฤษที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมาย Royal Chater มีความเป็นอิสระและปลอดจากอำนาจทางการเมืองและเป็นองค์กรที่กำกับควบคุมดูแลตนเอง มีรายได้มาจากการเก็บค่าธรรมเนียมจากประชาชน (วิภา อุตมฉันท์,2546:93-94) รวมถึงการเป็นเจ้าของโดยองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ไม่ขึ้นอยู่กับรัฐและทุน เช่น สถานีชนพื้นเมืองประเทศแคนาดา

3.2 กลุ่ม หรือองค์กรในท้องถิ่น/ชุมชนเป็นเจ้าของ ส่วนใหญ่มักเป็นสถานีฯ ในรูปแบบเคเบิลทีวีที่จะมีความแตกต่างกันในเรื่องเป้าหมายของการดำเนินงานที่มีทั้งเชิงพาณิชย์ และเพื่อท้องถิ่น หรือต้องตอบสนองท้องถิ่นโดยการจัดสรรเวลาให้กับท้องถิ่นตามกฎหมายกำหนด (www.ctam@maine.org) เช่นทีวีชุมชนของประเทศอิสราเอล ภายหลังประกาศเป็นเอกราชเมื่อปี ค.ศ 1948 ประเทศอิสราเอลเริ่มใช้ระบบสื่อท้องถิ่น โดยประยุกต์ต้นแบบมาจากทางด้านประเทศยุโรปมาผสมผสานกับบริบทในประเทศ โดยมีการกระจายอำนาจในคลื่นความถี่หรือการกระจายเสียงไปยังระดับประเทศ ภูมิภาค และชุมชน ทั้งในรูปแบบของคลื่นความถี่ เคเบิลและดาวเทียม พร้อมกำหนดนโยบายโทรทัศน์ในระดับท้องถิ่นให้เป็นสื่อที่ทำหน้าที่เป็นสื่อท้องถิ่นสำหรับกลุ่มหรือชุมชนต่างๆ นอกจากนั้นยังออกพ.ร.บ. Knesset Bill มาตรา4 กำหนดให้มีการอนุญาตให้เกิดการกระจายเสียงท้องถิ่น/ชุมชนผ่านระบบเคเบิลขึ้นเพื่อให้เป็นสถานีฯที่มีความเป็นท้องถิ่น ที่มีกลุ่มองค์กรในท้องถิ่นเป็นเจ้าของ โดยอาจอยู่ในรูปคณะกรรมการที่อาจประกอบด้วย ตัวแทนจากรัฐต่างๆ ตัวแทนจากท้องถิ่นหรือชุมชน ตัวแทนจากภาคการศึกษาและวัฒนธรรมและตัวแทนจากภาคเอกชนเข้าร่วมกันเพื่อหาข้อกำหนดในการดำเนินการสื่อกระจายเสียงท้องถิ่นร่วมกัน นำเสนอรายการแตกต่างจากระดับชาติ และเป็นพื้นที่สื่อสารในประเด็นสำคัญของวิถีชีวิต และความเป็นไปในสังคมท้องถิ่น (Opened channel) (Fuller,2007) ขณะเดียวกันความเป็นเจ้าของในลักษณะนี้ อาจเป็นกลุ่ม องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรเช่นสถาบันศาสนา สถาบันการศึกษา กลุ่ม NGOs หรือสถาบันที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่อยู่ในท้องถิ่น อย่างไรก็ตามยังอาจมีข้อจำกัด ในด้านความยั่งยืน เพราะหากองค์กรนั้นๆ ต้องยุติการทำงาน ก็ย่อมจะทำให้โทรทัศน์ท้องถิ่นต้องยุติการดำเนินงานตามไปด้วย ดังนั้นหากต้องการลดข้อจำกัดดังกล่าวออกไปแล้ว ในการบริหารจัดการ โทรทัศน์ท้องถิ่นควรสร้างความน่าเชื่อถือโดยการทำงานที่ตอบสนองคนท้องถิ่น เปิดกว้างสำหรับการทำงานร่วมกับเครือข่าย หรือกลุ่มอื่นๆ และที่สำคัญคือต้องสร้างกลไกและระบบให้ท้องถิ่นภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามากำกับดูแลการทำงานร่วมด้วย แม้จะมีข้อจำกัดดังกล่าว แต่ในมุมมองของผู้ศึกษาและนักปฏิบัติการการสื่อสารชุมชนยังเห็นว่าความเป็นเจ้าของทีวีชุมชนโดยองค์กร หรือกลุ่มในท้องถิ่นเป็นเจ้าของโทรทัศน์ท้องถิ่นคือรูปแบบที่สามารถรับประกันการดำรงอยู่ของทีวีชุมชนได้ดีกว่าการให้รัฐ องค์กรสาธารณะหรือเอกชนเป็นเจ้าของ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการมีกฎหมายที่ส่งเสริม ปกป้องความเป็นเจ้าของของชุมชนและเอื้อต่อการสร้างกลไกเสริมพลังให้กับชุมชนท้องถิ่นไปพร้อมกันด้วย (USIAD,:9)

3.3 รัฐเป็นเจ้าของ ทีวีชุมชนอาจมีรัฐเป็นเจ้าของได้ หากรัฐแสดงบทบาทในการเป็นฝ่ายสนับสนุนด้านข้อกฎหมาย เงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้สถานีฯ สามารถจัดตั้งและดำเนินการได้ เช่น โทรทัศน์ท้องถิ่นของประเทศสิงค์โปร์ รัฐบาลสนับสนุนให้จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเชิงทดลองแพร่ภาพผ่านเคเบิลทีวี ดำเนินงานโดยให้สถาบันการศึกษา ในท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลัก และทำงานเชื่อมโยงกับองค์กร สถาบัน และกลุ่มในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมเป็นอาสาสมัครผลิตรายการ นอกจากนั้นรัฐยังให้การสนับสนุนในด้านเทคนิค อุปกรณ์และกำหนดเป็นนโยบายให้เกิดการพัฒนาสถานีฯ ในการขยายฐานผู้ชมให้มากที่สุด โดยสนับสนุนให้เชื่อมสัญญาณรายการผ่านช่องทางทั้งอินเตอร์เน็ตและการถ่ายทอด สดผ่าน Telecast เพื่อให้เป็นทางเลือกให้กับประชาชนโดยไม่ต้องชำระค่าชม (Fuller,2007) ในกรณีนี้ นักวิชาการและนักปฏิบัติการสื่อสารในพื้นที่ในสิงค์โปร์เสนอว่า บทบาทของรัฐควรเข้ามาสนับสนุนด้านทุนดำเนินการระยะแรกการก่อตั้งมากกว่าระยะดำเนินการ เพราะเป็นช่วงที่สถานีฯ ต้องลงทุนเรื่องอุปกรณ์มากที่สุด และควรกำหนดให้องค์การหรือกลุ่มที่จะเข้ามาบริหารจัดการสถานีฯ ควรเป็นกลุ่มที่ไม่แสวงหากำไรที่เน้นทำงานเพื่อให้บริการสาธารณะ ด้วยการขยายการมีส่วนร่วมไปยังภาคส่วน หน่วยงาน หรือองค์การต่างๆ ในท้องถิ่นให้หลากหลาย (Fuller,2007)

ทีวีชุมชน : ทำไมชุมชนต้องมีส่วนร่วม
แนวคิดการมีส่วนร่วมในการสื่อสาร เป็นแนวคิดที่อธิบายพลังของผู้รับสารในกระบวนการสื่อสาร ที่ไม่เพียงแต่แสดงบทบาทการเป็นผู้รับสารที่เอาการเอางาน (Active audience) เท่านั้น แต่ยังก้าวไปถึงการพลิกบทบาทไปเป็นผู้ส่งสารในกระบวนการสื่อสาร ที่ฉายภาพของการต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิการสื่อสาร การเข้าถึง และการมีส่วนร่วมในโทรทัศน์ท้องถิ่นของคนท้องถิ่น ซึ่งสิทธิการสื่อสารสามารถแยกออกเป็น 2 หมวดสำคัญ คือสิทธิการเป็นผู้รับสาร เช่นการเข้าถึงข่าวสารอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง และสิทธิการเป็นผู้ส่งสารผ่านการใช้สื่อหรือช่องทางต่างๆ (กาญจนา แก้วเทพ,2546:27) ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้แนวคิดการมีส่วนร่วมกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นโทรทัศน์ท้องถิ่น แม้ว่าทางปฏิบัติแล้วโทรทัศน์ท้องถิ่นแต่ละแห่งจะแสดงระดับและความเข้มข้นของการมีส่วนร่วมแตกต่างกันไป
อย่างไรก็ตามแม้ว่าแนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการสื่อสารถูกมองว่า สามารถนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นบนฐานพลังของท้องถิ่นได้ แต่ก็ยังมีอุปสรรคในการปฏิบัติเพราะเนื่องจากแนวคิดดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างพลเมืองกับชนชั้นปกครอง เพื่อเกิดความสมดุลและให้เสียงของพลเมืองได้ปรากฏในสังคมในฐานะเจ้าของสื่อหรือผู้ส่งสาร ทำให้แนวคิดนี้ไม่เป็นที่ยอมรับจากบางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ปกครองแบบเผด็จการหรืออำนาจนิยม (white, 1994:20) รวมถึงปัจจัยอื่นที่เป็นอุปสรรคต่อการมีส่วนร่วมของพลเมืองในกระบวนการสื่อสารคือ การเข้าไม่ถึงของพลเมือง ทั้งในฐานะผู้รับสารที่เข้าไม่ถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียมและในฐานะผู้ส่งสารที่เข้าไม่ถึงสื่อหรือช่องทางการสื่อสาร ซึ่งการเข้าไม่ถึงอาจมาจากเงื่อนไขทางกายภาพ เช่นพื้นที่อยู่ห่างไกลจากข้อมูลหรือสื่อ การเข้าไม่ถึงเพราะเงื่อนไขทางด้านเศรษฐกิจ ที่ไม่สามารถเป็นเจ้าของสื่อ หรือการเข้าถึงมีต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงเกินที่จะจ่ายได้ การเข้าไม่ถึงเพราะเงื่อนไขข้อจำกัดด้านวัฒนธรรม อันหมายถึงต้นทุน ทักษะและความสามารถที่มีต่อสื่อเช่นการรู้เท่าทัน การอ่านออกเขียนได้ หรือความรู้ทักษะเกี่ยวกับการสื่อสาร การใช้อุปกรณ์ และเทคนิคในการผลิตสื่อ (กาญจนา แก้วเทพ,2546:117-120)

ปิดสถานี
ทีวีชุมชน สื่อกระจายเสียงที่กำลังเข้ามามีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดมากขึ้น แม้กระบวนการทำงานจะมีความยุ่งยากและต้องใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญอีกทั้งต้องเป็นการทำงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนอย่างหลากหลาย เกี่ยวพันกับระบบการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย และเทคโนโลยีต่างๆ แต่คนท้องถิ่นและคนในสังคมจากหลาย ๆ ประเทศต่างพยายามที่จะเรียนรู้ ฝึกฝนเพื่อใช้สื่อดังกล่าวให้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารสำหรับคนเล็ก คนชายขอบ หรือคนที่สื่อกระแสหลักระดับชาติเข้าไม่ถึง เนื่องจากพลังอำนาจของการเป็นสื่อโทรทัศน์ที่ผนวกกับหลักการของการเป็นทีวีชุมชนที่สามารถตอบสนองความต้องการอันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่นและเพิ่มพลังของความเป็นพลเมืองของคนท้องถิ่นได้อย่างที่สื่ออื่นๆ ทำเลียนแบบได้ยาก
แม้ทีวีชุมชนแต่ละแห่งจะให้นิยามที่แตกต่างกันภายใต้บริบททางสังคมที่อาจแตกต่างกัน แต่คุณลักษณะสำคัญที่ใช้สำหรับการดำเนินการอันเป็นพื้นฐานร่วมที่สำคัญก็คือการเป็นโทรทัศน์ที่ตั้งและพื้นที่ออกอากาศเฉพาะพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรม และเป็นสถานีฯ ที่มีกระบวนการการดำเนินงานโดยใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมระหว่างสถานีฯ และคน/กลุ่มในท้องถิ่นร่วมกันในระดับตั้งแต่การเป็นผู้ชมที่กระตือรือร้นจนถึงการร่วมกำหนดนโยบาย ส่วนความเป็นเจ้าของนั้น ยังคงมีความแตกต่างกันในทางปฏิบัติ ทั้งการให้สาธารณะเป็นเจ้าของในลักษณะการเป็นทีวีสาธารณะ การให้คน/กลุ่มในท้องถิ่นเป็นเจ้าของหรือให้รัฐเป็นเจ้าของ โทรทัศน์ท้องถิ่นอาจเป็นเจ้าของ แต่ทั้งนี้ไม่ว่าการเป็นเจ้าของแบบใดก็ตาม ความเป็นทีวีท้องถิ่นจะดำรงอยู่ได้ต้องทำงานบนหลักการให้คนท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมทุกระดับและเน้นการตอบสนองท้องถิ่นเป็นสำคัญ เพราะทีวีชุมชนจะดำรงอยู่ได้ นั้นต้องเป็นสื่อที่พยายามเข้าไปอยู่ในพื้นที่ทางใจให้คนท้องถิ่นเกิดความรู้สึกผูกพัน รักและเห็นคุณค่าของสื่อดังกล่าว เพราะหากไม่มีปัจจัยตัวนี้แล้ว ทีวีชุมชนก็จะกลายเป็นเพียงทีวีที่เข้าไปตั้งอยู่ในท้องถิ่นเท่านั้น ไม่สามารถแสดงคุณลักษณะและพลังของความเป็นทีวีชุมชนที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นได้

 

*บทความนี้เรียบเรียงใหม่จาก บทความเรื่อง โทรทัศน์ท้องถิ่น: สื่อใหญ่ที่อยู่ได้เพราะความรักของคนเล็กๆ. ใน กาญจนา แก้วเทพ ภัทรา บุรารักษ์ และตปกร พุธเกส. 2555. สื่อที่ใช่ ของใครที่ชอบ การ์ตูน โทรทัศน์ท้องถิ่น แฟนคลับ. ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์.กรุงเทพ หน้า 212-290.