Home / รายงานพิเศษ /สนทนาท้องถิ่น / บทสนทนาเล็กๆ ที่มีความหมายระหว่าง เหลือง – แดง พะเยา
เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 6 ตุลาคม 2552 ผู้ประสานงานสถาบันปวงผญาผยาว จ.พะเยา โดย นายชัยวัฒน์ จันธิมา นายมนตรา พงษ์นิล นางสาวสหัทยา วิเศษ และ ดร.ภัทรา บุรารักษ์ พร้อมทั้งผู้ประสานงานซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองร่วมพูดคุย จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายศิริวัฒน์ จุปะมัดถา นายชยกร สุริยวงศ์ นายชุมพล ลีลานนท์ นายวิทยา พันธุ์ปัญญา และ นายบรรเลง เอื้อรักสกุล ณ ร้านกาแฟนอบูริงการ์
เหลือง-แดง คือ สัญลักษณ์ทางการเมือง ผ่านสีเสื้อของกลุ่มประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง บทสนทนาเล็กๆ นี้ทางสถาบันปวงผญาพยาวและหนังสือพิมพ์พะเยารัฐ เห็นว่า มีประโยชน์ต่อสาธารณชนทุกคนทุกท่านที่อยู่ในสังคมไทย จึงอยากนำมาเผยแพร่ ส่วนผู้อ่านจะมีความคิดความเห็นเป็นอย่างอื่นอย่างใด ทางเราถือเป็นสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์กันต่อไป
อนึ่งการสนทนานี้เกิดจขึ้นจากความต้องการอยากพบปะกันระหว่างคนเสื้อเหลือง แดง สถาบันปวงฯเป็นเพียงผู้เปิดพื้นที่เท่านั้น
……………………
ชัยวัฒน์ จันธิมา : อยากให้ช่วยแนะนำตัวเอง
ชุมพล ลีลานนท์ : ชื่อเล่นชื่ออุ้ย เป็นคนกรุงเทพฯ มาอยู่พะเยากว่า 13 ปีแล้ว ไม่ค่อยมีบทบาทอะไร เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสังคมกับใคร ไม่ขอบกินเหล้าเมายา ชอบกินข้าวอยู่กับบ้าน ที่มาพันธมิตร ก็ถือเป็นเรื่องรักใครรักมัน ตอนนี้ก็พูดคุยกันเรื่องการเมืองใหม่ ช่วงนี้อยู่ระหว่างกระบวนการหาหัวหน้าพรรคและกรรมการพรรค ต่อจากนนี้ไปพันธมิตรจะมีอยู่ 2 กลุ่มคือ ภาคการเมืองและภาคประชาชน แต่ทั้ง 2 กลุ่ม ก็มาจากกลุ่มเดียวคือ ประชาชน แต่ทั้งสองกลุ่มก็จะมีระเบียบของตัวเองแยกกันทำหน้าที่ ต่างกลุ่มต่างมีกรอบ คือ ใครชอบอุดมการณ์ของกลุ่มไหนก็เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มนี้
ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา : เดิมเป็นคนมหาสารคาม แล้วทำงานอยู่กรุงเทพ ได้แฟนเป็นคนพะเยา มาอยู่พะเยาก็มาค้าขาย เคยอยู่กลุ่มคุณสาธิต วงหนองเตย สมศักดิ์ ดกไสยสุข ศิริชัย ไม้งาม ตั้งกลุ่มสมัชชาภาคแรงงานขึ้น แล้วก็ยุติงานลงหลังวันที่ 19 กันยายน จริงๆแล้วมาอยู่พะเยานานไม่เคยมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เราเป็นคนต่างถิ่น ประเพณีในท้องถิ่นบางอย่างเรายังไม่เข้าใจ แต่หลายเรื่องที่มาเคลื่อนไหว ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับมุมมองและสิทธิของประชาชน ผมเองก็มีประสบการณ์ชีวิตมาก็เรียกว่ามาก ไม่ใช่คนหลบหนีปัญหา เราต้องออกมาควบคุมกันและกัน ถ้าเราเดินไปตลาดแล้วเจอคุณจุมพลผมก็ไม่รู้จักนะ ถ้าไม่มาเห็นวันนี้
ชัยวัฒน์ จันธิมา : ออกมาชุมนุมการเมืองมีผลกระทบอะไรบ้าง และอยากเห็นทางข้างหน้าเป็นอย่างไร
ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา: การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง มันเป็นแรงเคลื่อนที่อยากเห็นความเป็นธรรม แต่ที่สุดแล้ว เราต้องเสียสละ เราไม่สามารถกำหนดได้ว่ากลุ่มเราทั้งหมดเป็นคนดี แต่เนื้อแท้แล้ว เราต้องมาพูดคุยถึงปรากฏการณ์มากกว่า ถ้าเพื่อนเราไม่เข้าใจ เราไม่คุยกันเลยดีกว่า แต่ถ้าเขาเปิดใจกว้าง เราต้องเปิดใจคุยกันเลย
ชุมพล ลีลานนท์ : วันนี้ที่อยากคุย คือ เข้ามารู้ถึงบทบาทในการขับเคลื่อนของกลุ่มทั้งของเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ถ้าวันหน้าเสื้อแดงทำกิจกรรม จัดเวที มีอะไรให้เราช่วย หรือ อำนวยความสะดวกก็สามารถบอกกล่าวกันได้ เราจะไปช่วย ไม่คัดค้านและก็ไม่ต่อต้าน ต่างฝ่ายเคารพสิทธิกันและกัน
ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังเพ่งเล็งความเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ ถ้าพี่ศิริวัฒน์ กับผม เสื้อเหลืองกับเสื้อแดง คุยกันเหมือนพี่เหมือนน้อง ผมว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี และเวทีนี้ อาจจะเป็นเวทีแรกของเมืองไทยและ จะเป็นเวทีตัวอย่างของอีกหลายเวทีในบ้านเรา ทุกวันนี้ในบ้านแต่ละบ้านก็มีปัญหาเกิดขึ้นนะ สามีเป็นสีเหลือง ภรรยาเป็นสีแดง พ่อตาเป็นสีน้ำเงิน ลูกสีส้มอย่างนี้ กินข้าวก็มองหน้ากันไป บางครั้งกินก่อนกินหลังก็มี ไม่มีความสุขเลย
ผมคิดว่า การพูดคุยกัน ในเวทีระหว่างเสื้อเหลือง กับแดง มันต้องมีกรอบ เพราะเราคนไทยเหมือนกัน ถ้าผมเป็นไทย แล้วพี่ศิริวัฒน์ เป็นพม่า ก็ว่ากันไป คงไม่ต้องมาคุยกันแล้ว ทุกคนมีความคิด มีสิทธิจะทำได้ อยู่ใต้กฎหมาย ถ้าเราไม่เคารพกฎหมาย บ้านเมืองก็ยุ่ง แม้จะมีกลุ่มเสื้อแดง เหลือง น้ำเงิน แม้อนาคตจะมีเสื้อชมพูขึ้นมาด้วย ก็ไม่ว่า แต่ก็ต้องใช้สิทธิของตัวเองภายใต้กฎหมาย ต่างฝ่ายก็ต่างขับเคลื่อน ในอนาคตข้างหน้า เราอาจจะมารวมกันก็ได้ เพราะสถานการณ์การเมืองมันเกิดขึ้นได้หมด สังคมไทยมันเป็นอย่างนี้
ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา : ผมเข้าใจว่าที่คุณชุมพลพูดมันเกิดขึ้นจริง ครั้งก่อนที่ศูนย์พัฒนาแรงงาน ผมก็ไม่ได้ไปคัดค้าน เมื่อตั้งพรรคการเมืองก็เป็นสิทธิ แต่วันนั้นมีมวลชนอยู่มาก ผมไม่สามารถควบคุมได้หมด ถ้าเรานำเราก็จะห้ามปรามชี้แจงเหตุผลได้ อย่างน้อย ก็สามารถช่วยเหลือกันได้
ชุมพล ลีลานนท์ : ผมว่าเรื่องเก่าเราไม่ต้องไปรื้อตะเข็บดีว่าครับ มันผ่านกันไปแล้ว อันนั้นคือกิจกรรม (ยิ้ม)
ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา : ผมว่าถ้าใครทำไม่ถูกผมก็ไม่เห็นด้วย จะสีอะไรก็ตาม บางครั้งคนเสื้อแดงไปปิดถนนก่อกวน ผมบอกทุกครั้งว่าผมไม่ไป เพราะสร้างความเดือดร้อนให้คนพะเยา ไม่มีประโยชน์ เราเสนอเหตุผลได้ใหม ผมพูดตลอด
ชัยวัฒน์ จันธิมา : นอกจากงานชุมนุมทางการเมืองแล้ว มีกิจกรรมอะไรอีกบ้าง
ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา : มีการทำกิจกรรม พูดคุย พบปะสังสรรค์กัน เรื่องทำมาหากินบางครั้งก็ไปด้วยกัน มีด้วยที่จับกลุ่มกันไปเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะเอาสิ่งที่ไปดูมาบริหารจัดการกลุ่ม เพื่อให้กลุ่มเราพึ่งตนเองได้ ไม่เฉพาะเรื่องการเมือง
ชุมพล ลีลานนท์ : ครั้งต่อไปถ้ามีอะไรดีๆก็มาบอกกันบ้างนะ
ภัทรา บุรารักษ์ : คิดอย่างไรถึงอยากมาคุยกัน?
ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา : ผมว่าเกิดขึ้นได้แน่ ขนาดสงครามรบกันแทบตายยังมีการเจรจากันได้เลย ฉะนั้น ก่อนที่ทุอย่างจะบานปลายกัน เราต้องมาคุยกัน อะไรรับได้ ไม่ได้ มาหาเหตุผลกัน
ชยกร สุริยวงศ์ : คืออยากจะให้มีการวางแนวทาง มีคนกลาง ชวนใครบ้าง คนตั้งโจทย์สำคัญที่สุด
วิทยา พันธุ์ปัญญา: ที่ผ่านมาเรารับข้อมูลกันคนละอย่าง ความจริงกันคนละอย่าง ในอนาคตอาจเกิดเหตุอะไรร้ายแรงกับประเทศขึ้นอีก ก็ต้องมาคุยกัน อาจจะคุยกันถึงเรื่องอนาคตด้วย โดยเฉพาะสื่อต่อไปต้องเสนอความจริงให้มากที่สุด
ชุมพล ลีลานนท์ : ในอนาคตสถานการณ์บ้านเมืองข้างหน้า เราอาจจะถูกบีบให้เดินบนเส้นทางเดียวกันก็ได้ ตอนนี้เราจึงไม่ควรแบ่งเส้นของใครของมัน
ชัยวัฒน์ จันธิมา : ในเวทีพูดคุยที่จะเกิดขึ้น ผมไม่อยากเป็นคนตั้งประเด็น อยากให้ทุกคนร่วมกันกำหนดว่าเราจะทำอย่างไรด้วย
ชุมพล ลีลานนท์ : คือเราต้องลดความขัดแย้งลง ที่ผ่านมาเสื้อเหลืองถ้าทำอะไรผิดพลาดไป ก็ต้องขอโทษด้วย
ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา : เช่นกัน เสื้อแดงทำอะไรไม่ดี ก็ต้องขอโทษ ขอโทษด้วยใจจริง
ชุมพล ลีลานนท์ : สำหรับตอนนี้เราจะทำอย่างไร อย่างที่บอกอนาคตเราไม่รู้การเมืองจะเป็นอย่างไร คือ ถ้าเกิดทางคุณศิริวัฒน์ เปิดใจ เคารพสิทธิกัน แล้วมองไปทางเดียวกันว่าที่เราจะเปิดเวทีนั้น วัตถุประสงค์เพื่ออะไร ถ้าเรายอมรับได้ทั้งสองคน เราก็จับมือกัน เพื่อความปรองดองและสามัคคี
ชัยวัฒน์ จันธิมา : เราเห็นจุดร่วม เราก็จะไปกันได้
ชุมพล ลีลานนท์ : สำหรับการจัดเวที เราต้องมีการแยกแยะ ว่าอะไรบทบาททางการเมือง อะไรเป็นบทบาทของคนท้องถิ่น เพราะอีกหน่อยสีเหลืองกับสีแดงต้องมาพูดกันอีก เช่น กิจกรรมทางสังคมที่ต้องการมวลชน เราสามารถทิ้งเสื้อเหลือง แดงไว้ที่บ้าน แล้วมาขับเคลื่อนชุมชน ถ้าเป็นอย่างนั้นลูกหลานเรานั่นหละแย่มาก เราจะยอมเสียกรุงครั้งที่สองอีกหรือไม่
ดังนั้น เป้าหมายหลัก คือ ชาติ กษัตริย์และ ศาสนาพุทธ และ การอยู่ร่วมในสังคม 4 ประเด็นนี้เราต้องเห็นร่วมกันนะ ส่วนอุดมการณ์ทางการเมือง ก็ดำเนินของแต่ละคนไป ใครจะมีนโยบายกี่ข้อ ก็ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน ถ้าเราไม่แยกแยะ ยังแบ่งกันอยู่คุยกันอีก 7วันหรือ ปีหนึ่งก็ไม่จบ ดังนั้น ต้องตั้งโจทย์ รูปแบบกันอย่างรอบคอบ แต่วันนี้ต้องบอกเลยว่า เสื้อเหลือง เสื้อแดงพะเยายอมรับที่จะมีการพูดคุยกัน
ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา : คนเราถ้ามีความผูกพันทางใจแล้ว ถึงมีอะไรผิดพลาด ก็จะไม่นำมาขยายให้เกิดความขัดแย้ง แต่ถ้าไม่มีความผูกพันทางใจ เรื่องเล็กก็จะขยายให้เกิดความไม่เข้าใจ อย่างพูดวันนี้ถ้าเก็บไปคิดมาก เก็บไปเป็นประเด็นทางการเมือง เวทีก็อาจจะไม่เกิดเลย ถ้าเราไม่ได้พูดคุย กินข้าว หรือรู้จักกันเป็นส่วนตัวมากขึ้นตรงนี้จะเกิดปัญหา เรื่องความผูกพันทางใจจึงต้องสร้างให้เกิดขึ้นมาก
ชัยวัฒน์ จันธิมา : ผมว่าเป็นเรื่องที่พวกเราต้องมาเรียนรู้ร่วมกันทางสังคม ถ้าเราพร้อมเรียนรู้ แม้จะไม่รู้จักหน้า ไม่แน่ อนาคตคุณศิริวัฒน์กับคุณชุมพล อาจสนิทกันก็ได้ อาจสอบถามข้อมูลทางสังคมกัน ผมก็ต้องเรียนรู้ทุกคนตรงนี้ด้วยเหมือนกัน หรือคนอื่นจะมาเรียนรู้กับเรา เราก็ต้องการให้เขาเข้ามา จากความเข้าใจเบื้องต้นตรงนี้ ผมถือว่าเป็นจุดหนึ่งที่น่ายินดี
ชุมพล ลีลานนท์ : ถ้ามีคำถามที่นอกเหนือประเด็น แล้วมันเป็นลบ ผมจะไม่ตอบ ถ้าเป็นบวกผมจะตอบ เราไม่สามารถห้ามคำถามได้ แต่เราต้องไม่สร้างเรื่องราวให้เกิดเชื้อเพลิง อย่าลืมนะครับ ถ้าเราคุยกันมาเป็นสิบเรื่อง แล้วเจอการจุดประเด็นจากคนถาม หรือผู้เข้าร่วมเพียงคนเดียว อาจทำให้ตกม้าตายกันเลย ถ้าวันนั้นผมไม่ตอบแต่คุณศิริวัฒน์ตอบ การคุยกันในวันนี้อาจจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ต้องมีการแยกแยะ เข้าใจว่าอะไรคือบทบาททางการเมือง บทบาทของพี่น้องของคนพะเยา ใจต้องกว้างรับความคิดเห็นด้วย
ชัยวัฒน์ จันธิมา : เวทีที่จะเกิดขึ้น เป็นเวทีที่ให้แต่ละคนระบาย ทุกคนพูดออกมา ไม่ใช่เวทีถาม-ตอบ ทุกคนจะรับฟัง ไม่มีใครตั้งคำถาม แต่เรายินดีจะรับฟัง
ชุมพล ลีลานนท์ : ผมเชื่อว่าเวทีนี้ ถ้าเกิดขึ้นได้ จะเป็นประวัติศาสตร์เลย และจะเป็นเวทีของคนทั้งประเทศ โดยเวทีที่จะเกิดขึ้นอยากให้เป็นตัวแทนของเสื้อเหลืองและเสื้อแดงพะเยาเป็นเวทีแรก ที่จะเปิดใจคุยกัน ใช้กลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดงไปเลย เพื่อให้เกิดความชัดเจน วันนี้ถือเป็นวันดีที่เราได้มาพูดคุยกันและจะร่วมกันทำอะไรต่อไปเพื่อเมืองพะเยา
ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา : วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้น เพราะก่อนเป็นเห็ดต้องมีสปอร์อยู่แล้ว อย่างที่กล่าวๆไว้ ถ้าเรามีความผูกพันทางใจแล้ว ผิดพลาดอะไรก็จะไม่ว่ากัน วันนี้เสื้อแดงพะเยาก็เคลื่อนยากเหมือนกัน เพราะคนในกลุ่มเราบางครั้งเราก็ไม่เข้าใจ เชื่อว่ากลุ่มเสื้อเหลืองก็เจอเหมือนกัน
สำหรับบทสรุปของเวทีในวันนี้ สถาบันปวงผญาพยาว รวมถึงแกนนำกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดงจะกลับไปกำหนดรูปแบบเวที เนื้อหาที่จะพูดคุยกันอีกครั้ง โดยทั้งสองกลุ่มจะไปหารือกลุ่มย่อยอีกรอบ จากนั้นมาหาบทสรุปกันในวันที่ 19 ตุลาคม 52 สำหรับสถานที่และเวลา จะนำมาบอกกล่าวกันเร็วๆ นี้