พื้นที่ทางสังคมของภาคพลเมือง

Home / รายงานพิเศษ /สนทนาท้องถิ่น / เปิดแนวคิด 2 แกนนำเหลืองแดงพะเยา

 

“ความเห็นต่าง” ไม่ใช่ “ความขัดแย้ง” ทว่าแม้มี “ความขัดแย้ง” ก็ยังพบหนทางที่นำมาสู่ “ ความเข้าใจ” ได้

พะเยารัฐ เปิดพื้นที่ทางความคิด เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในสังคม คำถามเดียวกัน คำตอบบรรทัดต่อบรรทัด

นี่คือ การเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง

 

ชุมพล ลีลานนท์

แกนนำเครือข่ายกลุ่มคนเสื้อเหลืองพะเยา ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนกรุงเทพฯ แต่มาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ในพะเยากว่า 13 ปี

การรวมกลุ่มของพันธมิตรจังหวัดพะเยา

การรวมกลุ่มของพันธมิตรในจังหวัดพะเยาจะเป็นแบบธรรมชาติ ไม่มีหัวหน้า ไม่มีแกนนำ แต่จะทำงานโดยการประสานงาน ร่วมประชุมเพื่อหารือทุกเรื่องร่วมกัน ทุกคนมีหน้าที่ บทบาท เข้ามาร่วมกันด้วยใจที่เป็นส่วนรวม อยากให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ยึดความเสียสละ กล้าหาญและซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง ที่ผ่านมาพันธมิตรพะเยามีการประชุมร่วมกันกว่า 12 ครั้ง จึงทำให้เกิดความสามัคคีและเข้าใจกันภายในกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้มีกลุ่มพันธมิตรในจังหวัดพะเยาซึ่งรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 600 คน

ทิศทางทางการเมืองของพันธมิตรพะเยา

ต้องสร้างเครือข่ายทางการเมืองภาคประชาชนของจังหวัดให้เกิดความเข้มแข็ง โดยต้องเพิ่มจำนวนเครือข่ายให้มากขึ้นเพื่อบอกกล่าวชี้แจงถึงสิ่งที่ต้องการดำเนินการในการเมืองภาคประชาชนพะเยา แล้วเข้าสู่กระบวนการการเมือง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สว่ น คือ กลุม่ ภาคการเมืองและ กลุม่ ภาคประชาชน กล่าวคือ กลุ่มภาคการเมืองที่จะต้องมาจากศูนย์รวมเดียวกัน และการรวมกันในภาคการเมืองจะมีการขับเคลื่อนการเมืองท้องถิ่นไปด้วย เช่น ส่งตัวแทนลงไปแข่งขันในสนามการเมืองท้องถิ่น สำหรับกลุ่มภาคประชาชนจะเป็นพลเมืองที่คอยติดตาม ตรวจสอบและสร้างธุรกิจ สร้างเวทีร่วมกันในภายนอก ทั้งในระดับการเมืองท้องถิ่นและระดับประเทศ

จุดยืนของกลุ่มพันธมิตรพะเยา

ตั้งแต่มีการร่วมกันทำกิจกรรมกันมาของพันธมิตรพะเยา ทำให้เกิดความเข้าใจ รู้จักคนใหม่ๆ ที่มีอุดมการณ์ร่วม แต่ก็ออกตัวไว้เลยว่า แม้ว่าการรวมกลุ่มจะเข้มแข็งและมีพลังมากขนาดไหน ก็จะไม่เข้าไปเล่นการเมืองท้องถิ่น จะขอเป็นคนที่สนับสนุนอยู่ด้านหลัง ที่พันธมิตรพะเยา ไม่มีกิจกรรมอะไรหวือหวา อย่างหนึ่ง คือ เราอยากอยู่กันอย่างสงบ รวมกลุ่มกันเพื่อติดตามปัญหาบ้านเมือง ร่วมกันแก้ไขและประกอบอาชีพที่สุจริตของใครของมัน แต่เมื่อถึงเวลาออกมาปกป้องประเทศก็ต้องออกมา บอกกับคนรุ่นใหม่ บอกกับลูกหลานของเราว่า เราต้องรักประเทศไทยมาก่อนอันดับแรก ที่สำคัญต้องไม่กลัวการทำดี

ก้าวต่อไปของพันธมิตรพะเยา

พันธมิตรพะเยามีโครงการที่จะดำเนินธุรกิจร่วมกัน อาจจะทำในรูปแบบของกลุ่มสหกรณ์ เพื่อหารายได้ ร่วมกัน โดยเงินปันผลที่เป็นผลกำไรส่วนหนึ่ง ประมาณ 30% จะเจียดไว้ในกองทุนพันธมิตร จ.พะเยา เพื่อขับเคลื่อนด้านการทำงานในภาคการเมืองท้องถิ่นและระดับประเทศ ร่วมกับเครือข่ายในจังหวัดพะเยาและกลุ่มภาคเหนือทั้งหมด

ทิศทางของการเมืองใหม่ที่พันธมิตรมุ่งหวัง

การเมืองใหม่ที่เราต้องการ ถ้าทำในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราก็ต้องทำ ต้องให้ข้อมูล แม้ว่าความชัดเจน อาจจะยังมองไม่ชัด แต่กลุ่มพันธมิตรพะเยาก็จะดำเนินงานไปพร้อมๆกับการเมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงในอนาคต ไม่รู้วันไหน แต่เราต้องเดินหน้าต่อพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อน ตอนนี้เราเริ่มเคลื่อนอย่างถูกทางแล้วโดยจังหวัดพะเยามีความเข็มแข็งมากขึ้น เพราะเครือข่ายในจังหวัดเชียงราย ลำปาง ก็เป็นแนวเสริมของภาคเหนือที่เข้มแข็งร่วมกัน

ความยากลำบากในการทำงานของพันธมิตรพะเยา

ปัญหาใหญ่ตั้งแต่มีการรวมกลุ่มกันมายังไม่เคยมี แต่จะเป็นภาพรวมในระดับพื้นที่มากกว่า คือ ความเข้าใจผิดระหว่างกลุ่ม ระหว่างจังหวัด บางครั้งการประสานงานยังไม่ชัดเจนพอ ทิศทางยังไม่เที่ยงตรงในการทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาพันธมิตรภาคเหนือทั้งตอนบน ตอนล่างเข้าใจถึงปัญหานี้ดี แต่ตอนนี้เรากำลังมีการพูดคุยและปรับแก้ปัญหานี้ในแต่ละกลุ่ม ซึ่งคืบหน้าไปเกินครึ่ง แม้จะต้องสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่ม ระหว่างคนไปพร้อมๆกับการทำหน้าที่ของผู้ขับเคลื่อนการเมืองภาคประชาชนก็ต้องทำให้เดินไปด้วยกันจนปัญหามันหมดลง

กรณีความขัดแย้งกับกลุ่มในพื้นที่ แก้ปัญหาอย่างไร

เราจะใช้กฏหมายก่อนเป็นอันดับแรก คนทุกคนต้องอยู่ใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม คนที่ทำผิดต้องได้รับการลงโทษ แม้วันนี้เครือข่ายพันธมิตรพะเยา จะถุกคุกคามจากกลุ่มที่มีความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ของเรา แต่อยากบอกไว้เลยว่า พันธมิตรพะเยา จะไม่ไปยุ่งเกี่ยว ย่างกราย หรือขวางการจัดเวที การพูดคุยของกลุ่มๆไหนแม้แต่คนเดียว

ศิริวัฒน์ จุปะมัดถา

แกนนำเครือข่ายกลุ่มคนเสื้อแดงพะเยา ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนจังหวัดมหาสารคาม แต่มาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอิสระ ในพะเยากว่า 17 ปี

การรวมกลุ่มของคนเสื้อแดงในพะเยา

การรวมกลุ่มของคนเสื้อแดงในพื้นที่พะเยาเป็นไปโดยธรรมชาติ เป็นธรรมชาติของผู้ที่ตระหนักถึงการใช้อำนาจของรัฐที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งถือว่าการรวมกลุ่มในพะเยาเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งพอสมควรในขณะนี้และถือเป็นเรื่องใหม่ โดยแบง่กลุม่ ออกเป็น 4 กลุม่ คือ กลุม่พะเยารักประชาธิปไตย, กลุ่มพะเยาเพื่อประชาธิปไตย, พะเยา 51 และกลุ่มคนเสื้อแดงพะเยา แต่ทุกกลุ่มมีอุดมการณ์เดียวกันหมด ตอนนี้มีสมาชิกกว่า10,000 คน แต่หลายคนเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังมากกว่า เพราะยังมีหน้าที่ บทบาทในสังคม อาจมาร่วมกิจกรรมมากไม่ได้

ทิศทางทางการเมืองของคนเสื้อแดง

ทุกคนมีภารกิจร่วมกันคือ ประชาธิปไตย เพราะปัจจุบันนี้เราคิดว่าแนวทางการปกครองที่เป็นอยู่ยังไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง เราต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง จึงต้องสร้างความเข้าใจให้กับกลุ่มคนที่มีแนวคิดอุดมการณ์เหมือนกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อแสดงพลังร่วมกัน เมื่อต้องปกป้องสิทธิ์ของตนเองในวันนี้ เพราะในอนาคต เราไม่รู้ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป 

จุดยืนของกลุ่มคนเสื้อแดงในพะเยา

การรวมกลุ่มครั้งนี้ ไม่มีความคิดที่จะแสวงหาผลประโยชน์จากกิจกรรม เพราะสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดคือ การเมืองภาคพลเมืองภายใตป้ ระชาธิปไตย ไมไ่ดม้ าจากกลุม่ คนใดกลุม่ คนหนึ่ง แม้ว่าคนข้างนอกมองว่า การจัดตั้งกลุ่มของคนเสื้อแดงในพะเยา เพื่อขอเงิน ส.ส. ซี่งอยากบอกตรงๆว่า ถ้าใครที่มีข้อมูลเรื่องนี้ สามารถไปถาม ส.ส.หรืออยากพิสูจน์ ก็สามารถทำได้ ทุกวันนี้รายรับ- จ่ายมีบัญชีให้ดูทุกกิจกรรม สิ่งที่กลุ่มทำหรือจะทำ มีการพูดคุย หารือร่วมกันทุกครั้ง และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดี วันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองใน กทม.ก็ยังต้องระดมทุนกันในกลุ่มเอง ไม่มีใครได้รับประโยชน์มากกว่าใคร เพราะมันไม่มีประโยชน์กับคน กับกลุ่มคนใด แต่สิ่งที่กลุ่มคิดและอยากทำคือ ประโยชน์กับชาติมากกว่า

ก้าวต่อไปของคนเสื้อแดง

กำลังมีการระดมทุนเพื่อจัดกิจกรรมในกลุ่มของคนเสื้อแดง ในพะเยา และต้องการจัดเวทีเพื่อสร้างความเข้าใจ พุดคุยกับกลุ่ม โดยไม่มองเรื่องผลประโยชน์ใดๆ ทั้งนี้ได้เขียนโครงการไปยังส่วนกลางเพื่อจัดการอบรมแกนนำคนเสื้อแดงทุกพื้นที่ในจังหวัดพะเยาด้วย ซึ่งจะประสานแกนนำหลักจากโรงเรียนคนเสื้อแดงที่ กทม. มาให้ความรู้และวิธีการปฏิบัติงาน

ทิศทางทางการเมืองที่กลุ่มมุ่งหวังให้เกิดขึ้น

เราอยากให้เกิดการเมืองที่คนทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิด้านประชาธิปไตย มีองค์กรภาคประชาชนเข้าไปออกความเห็นและสรรหาผู้นำของตนเอง เราไม่ได้คาดหวังเรื่องการสร้างการเมืองของกลุ่มขึ้นมาใหม่และไม่เห็นด้วยกับการเมืองใหม่ที่กลุ่มอื่นเสนอขึ้นมา อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวันข้างหน้าเราจะได้การเมืองระบบใหม่หรือระบบเดิม แต่อย่างแรกจะต้องถามคนส่วนใหญ่ในสังคมด้วยว่าต้องการมากน้อยขนาดไหน และใครควรจะเป็นผู้สรรหาตัวแทน ต้องเป็นคนกลุ่มหนึ่งเหมือนที่ผ่านมาหรือประชาชนทั้งหมด

ปัญหา อุปสรรค ในการทำงานของคนเสื้อแดงในพะเยา

เป็นเรื่องการประสานงาน ซึ่งยอมรับว่ากลุ่มคนเสื้อแดงในพะเยามีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มกำหนดแนวทางต่างกัน จะเกิดความไม่เข้าใจขึ้นบ้าง ในต่างจังหวัดก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน และกำลังหาเวทีเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องนี้ ส่วนปัญหาอีกข้อหนึ่ง คือ อำนาจรัฐ ซึ่งในพะเยาเห็นได้ชัดว่ากลุ่มคนเสื้อแดงทำอะไรได้ไม่มากนัก ถูก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ในชุมชนห้ามปรามบ้าง กลั่นแกล้งกันก็มี ดังนั้นต่อไป ทางกลุ่มก็จะสร้างความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานรัฐว่า กิจกรรมที่ทำ คือ การแสดงออกภายใต้ประชาธิปไตย

กรณีความขัดแย้งกับกลุ่มอื่นในพื้นที่ แก้ไขอย่างไร

ที่จริงเราไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งขึ้นทั้งการกระทำและความคิดทางการเมือง เช่น การจัดเวที การรวมกลุ่มทำกิจกรรมเพื่อชุมชนของแต่ละกลุ่ม ต้องการให้เกิดกระบวนการประนีประนอมก่อนเป็นอย่างแรก สิ่งที่คนเสื้อแดงทำในวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเคยเกิดขึ้นในพะเยา เรามีบทเรียนคือ กลุ่มเสื้อเหลืองเขาไม่พอใจอำนาจรัฐ เขาปฏิบัติอย่างไร ในการต่อสู้ทางการเมืองเราก็มีแบบแผนเช่นเดียวกัน แต่ในอนาคต การต่อต้าน การแสดงออกต้องก้าวหน้ากว่าที่เคยทำมา เช่น อยากให้เกิดเวทีที่แต่ละฝ่ายออกมานั่งคุยกันด้วยเหตุผลอย่างเข้าใจกัน

ข้อมูล พะเยารัฐ 16-.31 กันยายน 2552

Leave a Reply