พะเยา เป็นจังหวัดเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย

ในอดีตถือเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีอายุยาวนานกว่าเก้าร้อยปี
โดยค้นพบหลักศิลาจารึกหินทรายมากที่สุดในล้านนา
กล่าวกันว่า พะเยามีไชยภูมิสำคัญ ๓ ด้าน คือ
ป่า ได้แก่ ดอยยาวและดอยหลวง
น้ำ ได้แก่ แม่น้ำอิงและกว๊านพะเยา
ดิน ได้แก่ พื้นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ คือ ทุ่งแม่ใจ ทุ่งดอกคำใต้ และทุ่งลอ
ประชากรกว่าสีแสนคน ส่วนใหญ่จึงมีอาชีพเกษตรกรรม ที่นี่จึงถือเป็นแหล่งเสบียงของกองทัพในอดีต
และปัจจุบันมีผลผลิตข้าวคุณภาพมากที่สุดในเขตภาคเหนือตอนบน
เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงพะเยา ในฐานะเมืองแห่งการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ และเมืองอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ
มากไปกว่านั้น พะเยา ยังมีพื้นที่เส้นทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวติดต่อกับประเทศในเขตอนุภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน ซึ่งในอดีตมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน ในอนาคตการเปิดประตูประชาคมอาเซียน พะเยาก็ถูกกำหนดให้เป็นเมืองศูนย์กลางคมนาคม เชื่อมต่อเส้นทาง อาร์สามเอ จากจีนมาลาว สู่ไทย และอาร์สามบี จากจีนมาพม่า และไทย
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนผ่านของกระแสโลก และพลวัติของการพัฒนา ก็เริ่มส่งผลกระทบต่อชุมชนเมืองพะเยาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ในขณะที่กลไกของภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชน ยังไม่เอื้อต่อการสร้างการมีส่วนร่วม
หนึ่ง ในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นข้อจำกัดในพื้นที่ คือ การจัดระบบองค์ความรู้และเครือข่ายด้านการสื่อสารเพื่อการพัฒนา ซึ่งไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ปัญหาความขัดแย้งในชุมชน ทั้งรัฐกับประชาชน ประชาชนกับประชาชน ประชาชนกับภาคธุรกิจและภาคการเมือง
หรือแม้แต่เตรียมความพร้อมกับปัญหาภัยพิบัติแผ่นดินไหว อันเกิดจากรอยเลื่อนพะเยาซึ่งส่งผลกระเทือนโดยตรงกับจังหวัดเชียงราย
ด้วยบริบทของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป
ช่องทางการรับข่าวสารและความรู้ภายในพื้นที่ คือ ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้คน
ตัวอย่าง ความขัดแย้งทางการเมือง
จากการศึกษาที่เราทำร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า พบว่า ประชาชนร้อยละร้อย รับสื่อจากช่องทีวี ทุกครัวเรือนมีทีวี และเปิดดูทีวี อย่างน้อยสัปดาห์ละสามชั่วโมง
และกลุ่มบุคคลเหล่านี้รับสื่อจากทีวีช่องดาวเทียมซึ่งส่งสัญญาณมาจากกรุงเทพฯ
ส่วนหนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ยังมีน้อยและราคาแพง
ระหว่างนั้น เราได้ทดลองใช้เครื่องมือของภาคประชาสังคมและสื่อท้องถิ่น
ในการสร้างบรรยากาศของการพูดคุยเสวนา
จนนำไปสู่การสร้างความปรองดอง แม้ไม่บรรลุผลสูงสุด ทว่า, อย่างน้อยก็ไม่เกิดการใช้อาวุธหรือความรุนแรงต่อฝ่ายที่มีความเห็นต่าง
นี่คือเหตุผลที่เรา…ต้องการสื่อทีวี
ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา สถาบันปวงผญาพยาว จึงร่วมมือกับสาขาวิชาการสื่อสารสื่อใหม่ มหาวิทยาลัยพะเยา และไทยพีบีเอส เริ่มศึกษาและทดลองทำทีวีในจินตภาพของชุมชนขึ้น โดยใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ มาโดยลำดับ
ทั้งในแง่ของการเป็นผู้ผลิต ผู้ชม ผู้กำกับดูแล และผู้ให้การสนับสนุน
มีการฝึกอบรมนักข่าวพลเมือง การฝึกทักษะการผลิตรายการต้นแบบ การประชุมเสวนา การสร้างความรู้ความเข้าใจ การตั้งคณะกรรมการก่อตั้ง การสร้างเครือข่าย และการผลักดันเชิงนโยบาย
ผลของการขับเคลื่อน เราค้นพบความตื่นตัวของคนในท้องถิ่นที่ต้องการดู ต้องการชมทีวีชุมชน และมีความพร้อมที่จะสนับสนุนทุน สนับสนุนเนื้อหา พร้อมที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับดูแล
ในวาระแห่งการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลของประเทศ อันจะสร้างผลประโยชน์ต่อประชาชนในทุกระดับ การเชื่อมต่อโครงข่ายความรู้และเครือข่ายการสื่อสาร โดยอาศัยเครื่องมือ “ทีวี” จึงเป็นแนวทางสำคัญที่เราเชื่อมั่นว่าจะทำให้ชุมชน สามารถดำรงอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกได้ในอนาคต
และ…เพื่อให้ “ทีวี” อยู่ในมือของประชาชนทุกคน
พะเยาทีวี และเครือข่ายทั่วประเทศ พร้อมแล้วที่จะสร้าง “ต้นแบบทีวีชุมชน”
ตามเจตนารมณ์แห่งกฏหมายจัดสรรคลื่นความถี่ฯวิทยุและโทรทัศน์ ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ ต้องเป็นของชุมชน
ติดตามเพจ https://www.facebook.com/newsphayaotv